"เกมเศรษฐี 'ไม่' ได้เป็นเกมของการเก็งกำไร เกมเศรษฐีไม่ใช่เกมของการซื้อถูกขายแพง มันไม่ใช่การกระจายความเสี่ยง เกมเศรษฐีคือเกมของการมุ่งเน้น วางแผน อดทน และการควบคุมระยะยาว
- เป้าหมายแรกคือเพื่อควบคุมหนึ่งในสี่ด้านของกระดานเกม
- เป้าหมายที่สองคือ พัฒนาทรัพย์สินด้านที่คุณควบคุม เพิ่มบ้านสีเขียว และในที่สุดเป็นโรงแรมสีแดง
กลยุทธ์สุดยอดของการลงทุนคือการมีโรงแรมสีแดงหลายหลังบนกระดานด้านที่คุณควบคุม จากนั้นคุณเพียงนั่งรอผู้เล่นคนอื่นเดินผ่านหัวมุมกระดาน พร้อมภาวนาว่าอย่าทำอะไรตกบนทรัพย์สินของคุณ เป้าหมายสุดท้ายคือ รอให้ผู้เล่นคนอื่นล้มละลายและคุณกะได้เงินทั้งหมด ในปี 2009 คนหลายคนเข้าสู่ภาวะล้มละลายในเกมเศรษฐีของโลกความเป็นจริง"
นั่นคือคำพูดที่ผมหยิบยกมาจากหนังสือ "พ่อรวยเล่าเรื่อง เกมการเงินของคนรวย กฎการเงินใหม่ 8 ประการ" หรือ Rich Dad's Conspiracy of the Rich : The 8 new Rules of Money ซึ่งเป็นหลักการเล่นเกมเศรษฐีให้ชนะ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้เสมอ คนส่วนใหญ่ที่เป็นนักลงทุนมักซื้อของที่แพง หรือซื้อโรงแรมก่อนเสมอ ของที่แพงสำหรับการเล่นหุ้นผมหมายถึงหุ้นบางตัวที่มูลค่าแพงเกินจริง ซึ่งในไม่ช้ามันมักจะตกลงมาเสมอ ทำให้คนเรามักซื้อแพงขายถูก หรือไม่ถ้ายกตัวอย่างอสังหาริมทรพย์ ก็คงประมาณซึ่งคอนโดใหม่ราคาแพงใกล้รถไฟฟ้าเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งโดยส่วนมากแล้วราคาของคอนโดหลังนึงนั้นสามารถนำมาซื้อ คอนโดที่ไม่ติดรถไฟฟ้าได้ถึงสามหลังเลยทีเดียว เมื่อเรานำมาเปรียบเทียบแล้ว บางทีการซื้อคอนโดที่ไม่ตืเรถไฟฟ้าเลยอาจจะได้กำไรเยอะกว่า เพราะถ้าห้องราคาแพงมักหาคนเช่ายาก และถ้าเกิดมีลูกค้าขอจองไว้ก่อนแล้วมีลูกค้าอีกรายอยากพักที่นั่นเลยเราก็ทำไม่ได้ แล้วถ้าลูกค้าเจ้าแรกเกิดเบี้ยวไม่ทำตามที่สัญญา เราก็อาจจะรายได้ไปเยอะพอสมควร ซึ่งต่างจากการที่เรามีห้องสามห้องเยอะ และถ้าลองมาคิดค่าเช่ากันดีๆ คอนโดราคาแพงนั้นมักจะอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งคอนโดธรรมดาอยู่ที่ 7,000 ต่อเดือน แต่สามแห่งทำให้เราได้รายได้ต่อเดือน 21,000 บาท ได้มากกว่าแบบแรกถึง 6,000 บาทต่อเดือน เห็นมั้ยครับว่าของแพงไม่ได้ดีเสมอไปนะ การที่เพื่อนๆจะลงทุนอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์นั้น อยากให้เพื่อนๆลองมานั่งคิดก่อน เพราะสมัยนี้ตัวเลือกเรามีเยอะมาก แล้วของที่ราคาแพงเกินก็มีถมเถไป เอาไว้ Blog หน้าผมจะมาเล่าเพิ่มเติมถึง กฎการเงินใหม่ 8 ประการของพ่อรวยให้ฟัง ว่าเราจะนำมันมาใช้ในเหตุการณ์เหล่านี้ได้อย่างไร ทำไมเราไม่ควรเล่นแบบการเก็งกำไร และทำไมเทคนิคการกระจายความเสี่ยงไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเสมอไปนะครับ อยากรู้ว่าทำไมลองติดตาม Blog หน้าครับ
ก่อนจบ Blog นี้ผมอยากทิ้งท้ายให้เพื่อนๆที่เริ่มลงทุนแล้วว่า "การซื้อหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ตัวใด เราควรดูปัจจัยหลายๆอย่างประกอบกัน อย่าซื้อเพราะตลาดหรือคนรอบข้างบอกว่าดี" เพราะผมเห็นนักลงทุนหลายต่อหลายรายเจ๊งมานักต่อนักแล้ว เนื่องจากไม่รู้เลยว่าซื้อเพราะอะไร เราควรมีเหตุผลในการลงทุนของเราเองครับ อย่าเดาสุ่มเพราะมักจะเสียมากกว่าได้ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น